‘ซิโก้’ทึ่งฟอร์ม’วัฒนา’ดึงติด’ช้างศึก’-แย้มสน2แข้งลูกครึ่ง’อุบล-การท่าเรือ’

ความเคลื่อนไหวทัพนักเตะ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ซึ่งมีโปรแกรมทำศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย กลุ่มบี นัดที่ 6 เปิดสนามราชมังคลากีฬาสถาน พบ ซาอุดีอาระเบีย วันที่ 23 มีนาคม และนัดที่ 7 บุกเยือน ญี่ปุ่น วันที่ 28 มีนาคม โดยหลังจากผ่าน 5 นัดแรก ทีมชาติไทยมีเพียงแต้มเดียว รั้งอันดับสุดท้ายของกลุ่มนั้น

ล่าสุด “โค้ชซิโก้” นายเกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย เปิดเผยว่า จากการที่ได้ไปดูฟอร์มการเล่นของนักเตะในศึกฟุตบอล “โตโยต้า ไทยลีก 2017” สองนัดแรก สนใจที่จะเรียกตัว “ไมค์” วัฒนา พลายนุ่ม มิดฟิลด์ตัวรับทีม “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เข้ามาร่วมทัพ หลังจากโชว์ฟอร์มได้โดดเด่นไม่น้อยกับต้นสังกัดทั้งในศึกไทยลีก และในถ้วยเอเชีย “เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2017” แต่ต้องพิจารณาร่วมกับทีมงานสต๊าฟโค้ชก่อน และขึ้นอยู่กับตัววัฒนาด้วยว่าจะทำได้ดีแค่ไหนในช่วงเวลาที่เหลือหลังจากนี้

กุนซือทีมชาติไทยกล่าวว่า วัฒนาสามารถเล่นร่วมกับนักเตะทีมชาติที่อยู่ในทีมเมืองทองทั้ง “ตังค์” สารัช อยู่เย็น, “เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ และคนอื่นได้ ทำให้เห็นว่าเขาน่าจะปรับตัวเล่นกับเพื่อนร่วมทีมเหล่านี้ได้ดี และไม่น่าจะยากในการปรับตัวเล่นทีมชาติ จึงยอมรับว่าเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจ นอกจากนี้แล้วยังประทับใจฟอร์มนักเตะหลายคน ทั้ง จอนาตา แวร์ซูรา มิดฟิลด์ลูกครึ่งไทย-อิตาลี ของทีมอุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด, เอเลียส ดอเลาะห์ กองหลังลูกครึ่งไทย-สวีเดน ของทีมการท่าเรือ เอฟซี, ปิยะชนก ดาฤทธิ์ กองหลังดาวรุ่งทีมบางกอกกล๊าส เอฟซี, สันติธร ลัทธิภิรมย์ กองกลางทีมไทยฮอนด้า ลาดกระบัง เอฟซี อีกด้วย

“โค้ชซิโก้” กล่าวในตอนท้ายว่า จะพยายามไปดูฟอร์มนักเตะรายต่างๆ ในทุกนัด โดยสุดสัปดาห์นี้จะเดินทางไปชมเกมไทยลีกคู่ระหว่าง ราชบุรี มิตรผล เอฟซี พบ เชียงราย ยูไนเต็ด ที่มิตรผลสเตเดียม จ.ราชบุรี วันที่ 26 กุมภาพันธ์ด้วย อย่างไรก็ตามในการเรียกตัวนักเตะช้างศึกเข้ามาเก็บตัวฝึกซ้อมครั้งนี้ อาจจะเรียกมากกว่า 23 คน และจะเข้ามาเพิ่มอีก 4-5 คน เพื่อถือเป็นการเปิดโอกาสแข้งหน้าใหม่ที่จะได้ภาคภูมิใจ และเรียนรู้แทคติกการเล่นกับทีมชาติ หากปรับตัวได้เร็วก็พร้อมจะโอกาสอยู่แล้ว

ไทยเฮ บรรจุ มวยไทย ร่วมแข่ง โอลิมปิก มีลุ้นเริ่มปี 2024


ไอโอซี บรรจุ มวยไทย-เชียร์ลีดดิ้ง เป็นกีฬาสำรองโอลิมปิก รอพิจารณาบรรจุอย่างเป็นทางการ ลุ้นแข่งปี 2024

วันที่ 7 ธันวาคม 2559 มีรายงานว่า ดร.ศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ ประธานสหพันธ์มวยไทยสมัครเล่นนานาชาติ (อิฟม่า) ได้ออกมาเปิดเผยข่าวดีแก่ชาวไทยว่า คิด แม็คคอนเนลล์ ผู้อำนวยการด้านกีฬาของคณะกรรมการโอลิมปิคสากล (ไอโอซี) ได้รับรอง 2 ชนิดกีฬา คือ “เชียร์ลีดดิ้ง” และ “มวยไทย” บรรจุเข้าเป็นหนึ่งในชนิดกีฬาที่จะใช้ทำการแข่งขันมหกรรมกีฬานานาชาติโอลิมปิกในอนาคตอันใกล้นี้

ดร.ศักดิ์ชาย ระบุอีกว่า ขณะนี้เราได้ผ่านขั้นตอนสำคัญไปแล้ว ซึ่งเราได้สิทธิ์พิจารณาเป็นหนึ่งในกีฬาโอลิมปิก ทั้งนี้ต้นปีหน้าเราต้องแสดงความจำนงค์เป็นหนึ่งในกีฬาโอลิมปิก เพื่อร่วมแข่งขันในปี ค.ศ. 2024 เพราะปี ค.ศ. 2020 ที่ญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพนั้น ไม่ทันแล้ว

ดร.ศักดิ์ชาย ระบุถึงกีฬาเชียร์ลีดดิ้งว่า ได้รับความนิยมในหมู่วัยรุ่น มีนักกีฬาไม่ต่ำกว่า 4.5 ล้านคน แพร่หลายไม่น้อยกว่า 100 ประเทศทั่วโลก เช่นเดียวกับมวยไทย ซึ่งมีองค์กรในแต่ละชาติไม่ต่ำกว่า 135 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งนักมวยเกือบ 4 แสนคน ขึ้นทะเบียนนักกีฬาในปัจจุบัน ดังนั้นต้องเร่งหาพิจารณาหาคนดำเนินการ โดยจะต้องส่งเสริมมวยไทยร่วมกันและต้องได้รับการสนับสนุนด้วยดีจากรัฐบาลไทยและคนไทย ทั้งนี้ในต่างประเทศนั้นก็ยินดีสนับสนุน แต่จะไม่มีพลังเพียงพอเท่ากับรัฐบาลไทยและคนไทย

ดร.ศักดิ์ชาย กล่าวอีกว่า เราต้องทำแผนระยะยาว 5 ปี ขณะนี้ได้เริ่มประชุมวันแรกไปแล้วเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เพื่อพิจารณาร่างแผนดังกล่าว ในที่ประชุมทุกคนแสดงความคิดเห็น เพื่อเพิ่มเติมให้ดียิ่งขึ้น เสร็จแล้วจะต้องให้คณะกรรมการควบคุมกีฬามวย และการกีฬาแห่งประเทศไทยดู ก่อนส่งต่อให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ว่าจะนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างไรต่อไป

พร้อมกันนี้ ประธานสหพันธ์มวยไทยสมัครเล่นนานาชาติ ได้ยืนยันว่า จะใช้คำว่า “มวยไทย” ไม่มีเรื่องการตัดคำว่า “ไทย” ออกไป ดังนั้น จึงหมดปัญหาการถกเถียงเรื่องคำว่ามวยไทยออกไปได้ นอกจากนี้ ในซีเกมส์ เอเชียนเกมส์ ทางอิฟม่าก็จะแจ้งไปให้มีการยืนยันใช้ชื่อมวยไทย แข่งขันให้ทั้งหมดอีกด้วย

ตร.พัทยา รวบแก๊งพนันไฮโลกว่า 30 คน

เมื่อช่วงดึกที่ผ่านมา พ.ต.อ.นันทวุฒิ สุวรรณละออง ผกก. สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้รับการรายงานว่ามีการลักลอบเปิดบ่อนเล่นการพนันไฮโลบริเวณกลางป่าละเมาะ ภายในซอยพระตำหนักซอย 4 ตรงข้ามโรงแรม เอเชีย หลังรับแจ้งจึงได้วางแผนจัดกำลังเข้าจับกุม ภายในป่าละเมาะถูกสร้างดัดแปลงคล้ายเพลิงกันฝน มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้บริเวณทางเข้าเพื่อป้องกันเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่จึงได้การตัดสายกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้ จากการเข้าตรวจสอบพบนักพนันกว่า 40 คน จึงแสดงตัวเข้าจับกุม และสามารถจับกุมตัวนักพนันได้จำนวน 28 ราย แยกเป็นชาย 23 ราย และหญิง 5 ราย พร้อมยึดของกลางกล้องวงจรปิด 2 ตัว อุปกรณ์การเล่นไฮโล 1 ชุด พัดลม 1 ตัว นาฬิกาปลุก 1 เครื่อง จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน และนำตัวนักพนันทั้งหมดมาสอบสวนยัง สภ.เมืองพัทยา

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่าบ่อนดังกล่าวมี นายชลินทร์ กันหอม อายุ 38 ปี ให้การรับเป็นเจ้ามือ ภายหลังการสอบสวนเจ้าหน้าที่จึงบันทึกไว้เป็นหลักฐานก่อนดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันลักลอบเล่นการพนันไฮโล พนันเอาทรัพย์สินโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมยืดของกลางทั้งหมด นำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

พ.ต.อ. นันทวุฒิ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบทราบมานานแล้วว่าที่บริเวณดังกล่าวมีการลักลอบเปิดบ่อนเล่นการพนันกันอย่างโจ่งแจ้ง จึงได้ทำการตรวจสอบจนแน่ชัดว่ามีการลักลอบเปิดบ่อนการพนันจริงและยังมีการติดตั้งระบบกล้องวงจรปิดไว้คอยดูความเคลื่อนไหวและยังมีคนคอยดูต้นทางให้ จึงได้วางแผนอย่างรัดกุมในการเข้าจับกุมในครั้งนี้

ทลายบ่อนไฮโลในรีสอร์ตดังขอนแก่น รวบนักพนัน-ของกลางเงินสดร่วมแสน

เจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย สนธิกำลังเข้าทลายบ่อนไฮโลในรีสอร์ตดังขอนแก่น หลังได้รับการร้องเรียน ลักลอบเปิดมากว่า 2 เดือนนักพนันแตกฮือ ตามรวบได้ 8 คน พร้อมของกร้อมของกลางเป็นอุปกรณ์ และเงินสดร่วมแสนบาท … เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 4 ตุลาคม 2559 กำลังเจ้าหน้าที่ทหารจาก บก.ควบคุม มทบ 23 กกล.รส.ขอนแก่น นำโดย พ.ท.พิทักษ์พล ชูศรี หน.ชุด ร่วมเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย เข้าตรวจสอบรีสอร์ตแห่งหนึ่งใน ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น จับกุมนักพนันไฮโลได้จำนวน 8 คน พร้อมของกลางเงินสดจำนวน 77,238 บาท ลูกเต๋าและอุปกรณ์ 5 ชุด พ.ท.พิทักษ์พล ชูศรี เผยถึงการจับกุมนักพนันครั้งนี้ว่า มีประชาชนเขียนหนังสือร้องเรียนมาพร้อมแผนที่ ว่าที่รีสอร์ตดังกล่าวลักลอบเปิดบ่อนพนันไฮโลมาประมาณ 2 เดือนแล้ว จึงประสานฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ ก็พบว่ามีการลักลอบเล่นการพนันไฮโลจริง เป็นลักษณะอาคารโรงเปิด เจ้าหน้าที่เข้าทำการจับกุม แต่นักพนันสวนใหญ่ไหวตัวทัน วิ่งกระจายไปคนละทาง ควบคุมตัวได้ 8 คน พร้อมของกลางดังกล่าว แต่ไม่มีใครรับเป็นเจ้ามือ มีเพียง นายเมธี ดาทุมมา อายุ 46 ปี ที่อยู่ 79/30 หมู่ที่ 4 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น รับเป็นเจ้าของสถานที่ จึงควบคุมทั้งหมดพร้อมของกลางส่ง สภ.บ้านเป็ด ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ด่วน! ถอดสมณศักดิ์ “พระทัตตชีโว”รองเจ้าอาวาสธรรมกาย หลังขัดหมายเรียก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ถอดถอนสมณศักดิ์มีรายละเอียดระบุว่า ด้วย พระราชภาวนาจารย์ (พระทัตตชีโว หรือเผด็จ ทัตตชีโว) วัดพระธรรมกาย จังหวัดปทุมธานี เข้าข่ายการเป็นผู้ต้องหาในคดีที่เกี่ยวเนื่องกับการให้ที่พักพิงแก่ผู้ต้องหา และการนําเงินของวัดพระธรรมกายไปเล่นหุ้น เป็นความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้น การปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ และยังเป็นผู้ต้องหากระทําความผิด โดยฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคําสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๕/๒๕๖๐ ลงวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ โดยพนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกให้ผู้ต้องหามาพบ และรายงานตัว แต่ผู้ต้องหาไม่มาตามกําหนด พนักงานสอบสวนจึงได้ออกหมายเรียกอีก จนถึงปัจจุบันผู้ต้องหาก็ยังไม่มาพบพนักงานสอบสวนแต่อย่างใด จึงไม่สมควรดํารงอยู่ในสมณศักดิ์ต่อไป และได้นําความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมต่อไปแล้ว

บัดนี้ ได้มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ถอดถอน พระราชภาวนาจารย์ (พระทัตตชีโว หรือเผด็จ ทัตตชีโว) ออกจากสมณศักดิ์ ตั้งแต่วันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๖๐ ประกาศ ณ วันที่ ๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ ผู้รับสนองพระราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

ภาพสลด เหตุกราดยิงรถรับ-ส่งนักเรียน สุดสะเทือนใจ จนท. ช่วยกันอุ้มร่างเด็ก

จากกรณีที่เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 2 มีนาคม 2560 เวลาประมาณ 07.45 น. เกิดเหตุการณ์สุดสะเทือนใจเมื่อคนร้ายก่อเหตุใช้อาวุธปืนถล่มยิงรถรับ-ส่งนักเรียนของนายสมชาย ทองจันทร์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 6 บ้านธรรมเจริญ ต.โคกสะตอ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ขณะขับรถยนต์รับ-ส่งนักเรียนในหมู่บ้าน เพื่อไปส่งที่โรงเรียนในตัวอำเภอ เป็นเหตุให้ครอบครัวทองจันทร์เสียชีวิต 4 ศพ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจมุ่งประเด็นไปที่การสร้างสถานการณ์ของกลุ่มก่อความไม่สงบ

อย่างไรก็ดี บนโลกออนไลน์ได้มีการเผยแพร่ภาพที่ชวนสลดหดหู่ใจ เมื่อได้เห็นภาพที่ต่างคนต่างช่วยระดมกำลังให้การช่วยเหลือครอบครัวทองจันทร์อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะภาพที่เจ้าหน้าที่กำลังอุ้มเด็กที่อยู่ในชุดนักเรียน นับเป็นภาพและเรื่องราวที่ต่างก็มีข้อความ คำถามมากมายจุกอยู่ในใจว่าเมื่อไรเรื่องราวอย่างนี้จะหมดไป

ในขณะที่ชาวเน็ตได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นด้วยว่า จะต้องสังเวยอีกกี่ชีวิต จะมีหน่วยงานใดเข้ามาแก้ปัญหาตรงจุดนี้ได้หรือไม่ ชาวบ้านต้องอยู่ด้วยความหวาดกลัวกับผู้ก่อการร้ายอีกนานเท่าไร คอยระแวงว่าวันใดจะเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้อีก แม้กระทั่งเด็กที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ จิตใจทำด้วยอะไร

ด้าน พ.อ. ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 12-13 ปีที่ผ่านมา ผู้ก่อเหตุความไม่สงบพยายามฉกฉวยโอกาสสร้างความรุนแรงต่อเป้าหมายอ่อนแอ หรือเป้าหมายเชิงสัญลักษณ์มาโดยตลอด เช่นเดียวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ ในนามของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัว ญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตเป็นอย่างยิ่งจากการกระทำในครั้งนี้

ศานิตย์ จับร้านพลุแฟลร์ที่ขายให้กลุ่มอุลตร้าฯ ยึดของกลางเกือบ 2 พันอัน

เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2559 พล.ต.ท. ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.หัวหมาก ได้ร่วมกันประชุมสืบสวนติดตามคดีแฟนบอลไทยจุดพลุแฟลร์ในฟุตบอลเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016 นัดชิงชนะเลิศ ที่ชนะอินโดนีเซียไปได้ 2-0
ทั้งนี้ ตำรวจยังมีของกลางเป็นพลุแฟลร์กว่า 1,950 อัน ที่ยึดได้จากย่านเชียงกง บางนา หลังพบว่าเป็นร้านที่ขายส่งให้กลุ่มอุลตร้า ไทยแลนด์

พล.ต.ท. ศานิตย์ กล่าวอีกว่า ทางเจ้าหน้าที่ได้ค้นร้านที่จำหน่ายพลุแฟลร์ให้กลุ่มอุลตร้าไทยแลนด์ เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ซึ่งจากการตรวจสอบพลุนั้น ล้วนมาจากร้านนี้ โดยในเบื้องต้นได้ตั้งข้อหานำเข้ามา สั่งเข้ามาผลิตมีซึ่งยุทธภัณฑ์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากปลัดกระทรวงกลาโหม มีโทษจำคุก 5 ปี ปรับ 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหลังจากนี้จะดำเนินการจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องหรือจุดพลุต่อไป
ด้าน พล.ต.ต. นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.น.4 กล่าวว่า ในส่วนผู้เกี่ยวข้องนั้นได้เข้ามาพบเจ้าหน้าที่บ้างแล้ว และให้การเป็นประโยชน์มาก ส่วนกรณีที่นายประพจน์ ปานโพธิ์ทอง แกนนำกลุ่มอุลตร้า ไทยแลนด์ ได้มีการติดต่อขอเลื่อนการเข้าพบเป็น 22 ธันวาคมนี้ แต่ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจว่าจะมาพบจริง

หนุ่ม ๆ อย่าอิจฉา แฟนคลับบัวขาวไม่ธรรมดา คัดมาแจ่ม ๆ ทั้งนั้น

แฟนคลับบัวขาวไม่ธรรมดา มีแต่สาว ๆ สวย ๆ ทั้งนั้น ดูบัวขาวชก K-1 แล้วหลงเสน่ห์เต็มเปา

บัวขาว บัญชาเมฆ ถือว่าเป็นสุดยอดสำหรับมวยไทยจริง ๆ ไม่เฉพาะในเมืองไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นเบอร์หนึ่งของวงการมวยไทยที่ไปโด่งดังในระดับโลกด้วย ดังไกลขนาดนี้ก็เลยมีแฟนคลับต่างชาติเพียบ ทั้งชายและหญิง โดยเฉพาะกลุ่มหลังนี่แจ่มไม่เบา ก็สาว ๆ สวยระดับนางแบบ ระดับนางฟ้า ยังหลงเสน่ห์แม่ไม้มวยไทยของบัวขาวเลย เดี่ยวจะหาว่าพูดเกินจริง งั้นต้องมารู้จัก ฮิโตมิ โนะกาตะ (Hitomi Nogata) และ เชิ่ง เฉวีย (Sheng Xue) กันหน่อยแล้ว จะรู้ว่าแฟนคลับบัวขาวเขาไม่ธรรมดาจริง ๆ
ฮิโตมิ โนะกาตะ นางแบบสาวสวยชาวญี่ปุ่น เห็นลุคแบ๊ว ๆ ใส ๆ แบบนี้ หัวใจเธอหลงรักมวยไทยเข้าเต็มเปา ได้รับการขนานนามว่าเป็นนักมวยนางแบบที่สวยที่สุดในญี่ปุ่นกันเลยทีเดียว แถมโนะกาตะจังยังท้าหนุ่ม ๆ ผ่านโลกออนไลน์ให้มาเป็นคู่ซ้อมกับเธอด้วยนะ และก็มีหนุ่ม ๆ สมัครใจมาเป็นนวมให้เธอซ้อมแข้งซ้อมหมัดกันไป 8 คนแล้ว ถ้าเจ็บตัวเพราะคนสวยก็น่าจะคุ้มล่ะมั้ง แต่ความฝันสูงสุดของโนะกาตะจังคือการได้พบกับพี่ดำ ดอทคอม หรือ บัวขาว บัญชาเมฆ ของเราสักครั้ง เพื่อขอคำชี้แนะเรื่องมวยไทย

สลดรัฐสภาใหม่! ช่างเชื่อมเหล็ก พลัดตกนั่งร้านเสียชีวิต ขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่

เมื่อวันที่ 8 มี.ค. ที่รัฐสภา นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรกล่าวถึงกรณีที่เกิดอุบัติคนงานก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พลัดตกนั่งร้านจนเสียชีวิตีเมื่อเช้าวันที่ 8 มี.ค. ว่า ตนได้รับทราบข้อมูลเบื้องต้นว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 09.00 น. โดยคนงานดังกล่าวเป็นช่างเชื่อมและอยู่ระหว่างปฏิบัติงานเชื่อมโครงเหล็กบริเวณชั้น 3 ของอาคารส่วนสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ที่อยู่ติดกับบริษัทบุญรอดบริวเวอรี่ ส่วนสาเหตุที่พลัดตกนั่งร้านเพราะแพลตฟอร์มที่เป็นจุดยืนนั้นหัก และทำให้คนงานพลัดตกลงมายังบริเวณชั้น 1 และเสียชีวิตในเวลาต่อมา อย่างไรก็ตามได้ให้ผู้ควบคุมงานก่อสร้างทำรายงานอย่างละเอียดมาให้ตนอีกครั้ง สำหรับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจนมีผู้เสียชีวิตนั้น ทางบริษัทซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด ฐานะผู้รับจ้างก่อสร้าง จะเป็นผู้รับผิดชอบตามกฎหมาย  นายสรศักดิ์ กล่าวถึงความคืบหน้าของการก่อสร้าง ว่าล่าสุดได้รับแจ้งเบื้องต้นว่าการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ มีความคืบหน้ากว่า 33 เปอร์เซ็นต์แล้ว ซึ่งเป็นไปตามแผนงาน ขณะที่แผนงานก่อสร้างตามที่ตกลงไว้กับบริษัทผู้รับจ้าง ภายในวันที่ 31 ธ.ค. นี้ งานก่อสร้างต้องคืบหน้า 50 เปอร์เซ็นต์ และงานต้องแล้วเสร็จ 100 เปอร์เซ็นต์ภายในเดือนธ.ค.2562 และส่งมอบ ในปี 2563

เปิดคลิปนาทีดึงซากเก๋งปาเจโร่ขึ้นจากคลอง ผงะศพ 2 นร.หญิงติดอยู่ใต้ท้องรถ

เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 5 มี.ค. ร.ต.อ.พิรุณ ซังธาดา รอง สว.(สอบสวน)สภ.ไชยา รับแจ้งเหตุรถเสียหลักตกลงในคลองคลองโหนดการ้อง ม.1 ต.ตลาดไชยา อ.ไชยา จ.สุราษฏร์ธานี มีผู้ติดภายในรถ จำนวน 7 ราย เร่งตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานี

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์ ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นปาเจโร่ สีขาว ทะเบียน ฆด8941 กทม.จมอยู่ในคลอง เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือออกมาได้จำนวน 4 รายคือนายเอกลักษณ์ โพธิสาร อายุ 17 ปี ที่อยู่ 173 ม.8 ต.วัง อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี น.ส.วิภาวี มาสวัสดิ์ อายุ 16 ปี ที่อยู่ ม.10 ต.ท่าชนะ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี น.ส.ขวัญฤดี บุญจริง อายุ 16 ปี ที่อยู่ 26 ม .10 ต.ท่าชนะ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี และน.ส.รสสุคนธ์ หิ้นเจ็ก อายุ 16 ปี ที่อยู่ 252 ม.3 ต.วัง อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี เจ้าหน้าที่เร่งนำส่ง รพ.ไชยา

นอกจากนี้นยังพบผู้เสียชีวิตติดอยู่ภายใน จำนวน 3 รายทราบชื่อ นายกษิดิ์เดช ฉิมสุข อายุ 17 ปี ที่อยู่ 118 ม.4 ต.คลองพา อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี น.ส.จิตตินันท์ ไหมดำ อายุ 17 ปี ที่อยู่ 175 ม.3 ต.คลองพา อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี และน.ส.สุภาวดี เพ็ชรรมย์ อายุ 17 ปี ที่อยู่ 262 ม.10 ต.ท่าชนะ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี ทั้งหมดเป็นนักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนท่าชนะ