คาริอุส: มิลลี่ และผมฉลองการผ่านเข้ารอบแชมเปียนส์ลีกอย่างไร

ขณะที่บรรดานักเตะลิเวอร์พูลส่วนใหญ่กำลังเฉลิมฉลองหลังจากผ่านเข้าไปเล่นนัดชิงชนะเลิศแชมเปียนส์ลีก ในค่ำคืนวันพุธ สองสมาชิกทีมชุดใหญ่ในโรมไม่อาจเป็นส่วนหนึ่งในการเฉลิมฉลอง และได้แต่ติดตามพวกเขาทางโซเชียล มีเดีย แทน

ลอริส คาริอุส และเจมส์ มิลเนอร์ ถูกยูฟ่าสุ่มเลือกไปทดสอบสารกระตุ้นซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการควบคุมขององค์กร มันหมายถึงว่าทั้งคู่ต้องติดตามภาพการเต้นฉลองของเพื่อนร่วมทีมของพวกเขาในห้องแต่งตัว และการแสดงความขอบคุณบรรดาแฟนบอลทั้งสองครั้งที่อัฒจันทร์ทีมเยือนผ่านทางโทรศัพท์แทนและคาริอุสได้ให้รายละเอียดกับเว็บทางการของสโมสรว่าการผ่านเข้าสู่นัดชิงชนะเลิศพบกับเรอัล มาดริด คือ ทุกสิ่งทุกอย่างที่สำคัญต่อเขาและมิลเนอร์

“เราต้องไปทดสอบการควบคุมสารกระตุ้นหลังเกม ดังนั้น ผมเลยต้องอยู่ที่นั่นจนถึงตีหนึ่ง”

“มันไม่ได้เป็นปัญหาหรอก ถ้าใครคนหนึ่งจะบอกผมว่า เราได้ไปถึงนัดชิงชนะเลิศแต่ผมต้องมาทดสอบสารกระตุ้นหลังเกม ผมก็จะบอกว่า ไม่มีปัญหาเลย! ผมจะยอมไปทั้งวันเลยยังไหว สองชั่วโมงหรืออะไรก็ตาม มันไม่ได้เป็นปัญหาเลย”

“เรากำลังผ่อนคลายเล็กน้อย และค่อยๆ ซึมซับสิ่งที่เกิดขึ้น มองย้อนกลับไปยังเกมซึ่งกำลังฉายไฮไลท์ทางทีวี แล้วในโรงแรมหลังจากนั้น ทุกคนก็ลงมาข้างล่างในล็อบบี้กับครอบครัวและเพื่อนๆ”

“ผู้คนทั้งหมดจากสโมสรต่างฉลองกันเล็กๆและสนุกกับช่วงเวลานั้น มันยอดเยี่ยมเลย แต่มันก็ผ่านไปเร็วมากและวันถัดมาเราก็ต้องไปโฟกัสกับเกมถัดไป”

“มันเป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ และตอนนี้ เกมสำคัญ คือ อีกสามสัปดาห์จากนี้ และยังมีงานให้ทำในระหว่างนี้ด้วย ทุกคนรู้ดีในวันพฤหัสว่ามันต้องเดินต่อไปแล้ว”

“มันอาจจะไม่รู้สึกอะไรจนกระทั่งสองสามวันก่อนที่เราจะได้ไปเคียฟ เรากำลังจะเล่นในนัดชิงชนะเลิศ มันอีกตั้งสามสัปดาห์นับจากตอนนี้

กับเกมที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 26 พฤษภาคม ลิเวอร์พูลเข้าถึงนัดชิงชนะเลิศยูโรเปียน คัพ ครั้งที่ 8 และเป็นครั้งแรกของพวกเขานับจากปี 2007

สำหรับสมาชิกทีมชุดปัจจุบันของลิเวอร์พูล มันจะเป็นประสบการณ์ครั้งใหม่ แต่คาริอุสกล่าวว่าพวกเขาทั้งหมดจะพยายามมองให้เห็นภาพจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง

“มันยอดเยี่ยมมาก มันเป็นสิ่งที่เราเฝ้าฝันถึง” เขากล่าวต่อ “เรารู้ดีว่ามันจะยากที่จะจัดการก้าวครั้งสุดท้ายในโรม แต่เราจัดการมันได้และมันก็ไม่ได้สำคัญเลยจริงๆว่าเราทำมันอย่างไร ตราบเท่าที่เราผ่านไปได้”

“ก่อนอื่นเลย คุณฝันที่จะลงเล่นในการแข่งขันนี้ และแล้ว เมื่อคุณอยู่ในการแข่งขัน คุณก็ฝันที่จะไปถึงนัดชิงชนะเลิศ และเอาชนะให้ได้ มันคือสิ่งที่คุณปรารถนา, สิ่งที่คุณฝันถึง แต่มันก็เกิดขึ้นเร็วขนาดนั้น แค่ในฤดูกาลแรกที่ทีมนี้ลงเล่นในรายการนี้ มันคือบางสิ่งที่พิเศษจริงๆ และบางที ผมก็ไม่อาจจะจินตนาการได้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นในเร็วๆนี้”

“มีใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความสุขอยู่มากมายในคืนวันพุธ และเป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่สำหรับทั้งทีมและสโมสร”

“เมื่อคุณมองย้อนกลับไปยังนัดชิงชนะเลิศครั้งล่าสุดที่ลิเวอร์พูลไปถึง คุณจะเห็นว่ามันไม่ได้เป็นปกติแบบนั้นที่จะอยู่ในนัดชิงชนะเลิศ มันเป็นบางสิ่งที่พิเศษจริงๆและเป็นบางสิ่งที่จะมองย้อนกลับมาในอีกหลายปีหลังจากนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า พร้อมๆกับถ้วยรางวัลด้วยนะ”

เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค เปิดเผยหลังเกมเก็บชัยชนะรวมเหนือโรม่าว่าเขาได้ไปชมเกมนัดชิงชนะเลิศเมื่อปีที่แล้วระหว่างมาดริดกับยูเวนตุสที่คาร์ดิฟฟ์

“ตามปกติแล้ว ผมอยู่ในช่วงวันหยุด” คาริอุสตอบ เมื่อถูกถามว่าเขาอยู่ที่ไหนตามปกติในช่วงนั้น “ปีที่แล้ว ผมอยู่ที่อเมริกา”

“ตามปกติ ผมจะดูเกมในวันหยุดและคิดว่ามันจะยอดเยี่ยมขนาดไหน, ทีมสุดมหัศจรรย์, สนามอันสุดยอด มันจะเป็นอะไรที่พิเศษอย่างแท้จริง ทุกสิ่งทุกอย่างทั้งหมด ทั้งการเดินทางไปที่นั่น การลงเล่น รวมทั้งบรรดาแฟนบอลที่จะเดินทางไปด้วย และทั้งเมืองที่จะเต็มไปด้วยสีแดง มันคงจะอัศจรรย์มากๆ”

โดยไม่คำนึงถึงผลการแข่งขันในนัดชิงชนะเลิศกับมาดริด คาริอุสจะคว้ารางวัลส่วนบุคคลที่ทัวนาเมนต์การแข่งขันแชมเปียนส์ลีกโดยรวม

สถิติคลีนชีต 6 ของเขานั้นถือว่าสูงที่สุดในการแข่งขันในฤดูกาลนี้ และคีย์เลอร์ นาวาส ของมาดริด ก็ไม่อาจจะทำได้ดีไปกว่าแน่นอนแล้ว

“มันเป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่สำหรับผมและทั้งทีม” ผู้รักษาประตูชาวเยอรมันกล่าว “สำหรับเรา การทำประตูมากมายแบบนั้นในการแข่งขันและป้องกันได้ดีนั้นมันอัศจรรย์มากๆ”

“เราทำประตูได้มากมายและยังเก็บได้อีก 6 คลีนชีต นั่นเป็นบวกมากๆเลย และผมก็หวังว่าเราจะสามารถทำให้มันเป็น 7 ครั้งได้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่านั่นอาจจะหมายถึงว่าเราคว้าแชมป์ได้นะ! ต้องให้เครดิตต่อทุกคนในทีม เพราะผู้รักษาประตูไม่สามารถทำสถิตินั้นได้ด้วยตัวเขาเอง เครดิตมากมายต้องยกให้เพื่อนร่วมทีมของผม แต่มันก็เป็นสถิติที่ดีสำหรับผู้รักษาประตู”

ขณะเดียวกัน คาริอุสได้ลงเล่นโดยมีสัญญาณว่าเขาจะถูกเปลี่ยนตัวด้วยอาการบาดเจ็บระหว่างเกมกับโรม่า ซึ่งไซม่อน มินโญเลต์ ถูกส่งไปวอร์มอัพ ในช่วงท้ายครึ่งแรก แต่มันก็เป็นเพียงการป้องกันไว้ก่อนเท่านั้น

คาริอุสอธิบายว่า “ผมเจ็บไหล่เล็กน้อย เมื่อผมออกไปรับบอลโยน แต่มันก็ไม่ได้ส่งผลอะไรจริงๆ มันเป็นแค่การกระทบกระทั่งที่ทำให้ผมเจ็บ มันไม่เป็นอะไรที่จะทำให้ผมรู้สึกว่าต้องถูกเปลี่ยนตัวเลย ผมรู้ว่ามันไม่มีอะไรผิดพลาดกับหัวไหล่ มันแค่การชน มันจะหายดีเพื่อเกมวันอาทิตย์”