หมากรุก, โอกาส และทางเลือก – เส้นทางการปั้น ‘เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์’

“คุณกำลังเผชิญหน้ากับกลยุทธ์ที่แตกต่างออกไป คุณต้องระมัดระวังการบุกของพวกเขา และวิธีที่พวกเขาจะตั้งรับ มีตำแหน่งที่แตกต่างไป และแต่ละชิ้นส่วนที่แตกต่างกันออกไป”

ตอนที่ผมเติบโตขึ้นมา.. ผม และพี่ๆ มักจะเล่นหมากรุกอยู่เป็นประจำ” เจ้าของเสื้อหมายเลข 66 ของลิเวอร์พูลยิ้มพร้อมกับเริ่มต้นการสัมภาษณ์พิเศษกับ Liverpoolfc.com

“นั่นมาจากพ่อแม่ผม เพราะว่าพวกเขาเคร่งครัดในเรื่องการศึกษา และมันให้ความรู้ มีชั่วโมงหมากรุกในโรงเรียน และผมเคยมีส่วนร่วม ผมเล่นมันเสมอตอนเติบโตขึ้นมา”

และนั่นไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป ทุกวันนี้กองหลังลิเวอร์พูลมักจะปะทะกับเบน วู้ดเบิร์น เพื่อนร่วมทีม ในเกมหมากกระดาน ระหว่างช่วงเดินทางไปกับทีมชุดใหญ่ หรือแม้แต่ในระหว่างทริปปรีซีซั่น

“มันเป็นการแข่งขันที่ดุเดือดมาก” เทรนต์ประเมินการปะทะกันของทั้งคู่ในเกมที่มีการปะทะคารมกันด้วยเสมอ “เขาคงจะฆ่าผม หากผมบอกว่าผมเก่งกว่า มันสูสีกันมากถ้าพูดตามตรง เราทั้งคู่ดึงสิ่งที่ดีที่สุดของกันและกันออกมา”

แน่นอนว่า คุณต้องเคยรู้เรื่องราวของเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ มาแล้ว

จากสเก๊าเซอร์ที่เป็นเด็กท้องถิ่นที่เฝ้ามองฮีโร่ของเขาผ่านกำแพงของเมลวู้ด และตอนนี้กลายเป็นหนึ่งในแบ็กขวาตัวจริงของทีม

“มีเพียงท้องฟ้าเท่านั้นที่เป็นขีดจำกัด ผมคิดอย่างนั้น” เขาพยักหน้า “แต่แน่นอนว่ายังมีเส้นทางอีกยาวไกลต้องเดินต่อไป”

แม้ว่าจะผ่านเส้นทางเดินมาพอสมควร มีเพียงไม่กี่คนที่รู้จักชื่อของอเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ในช่วงต้นสิงหาคม 2015 ซึ่งมันมีเหตุการณ์ที่เปลี่ยนเส้นทางชีวิตของเทรนต์ไปตลอดกาล

“มันเป็นเรื่องบ้ามากๆ”

หลังจากดาวรุ่งพรสวรรค์วัย 16 ปี ได้ลงเล่นทัวร์นาเมนต์ปรีซีซั่นกับลิเวอร์พูล ยู-18 ในกรุงลอนดอน สุดสัปดาห์เดียวกันที่ทีมชุดใหญ่ปิดท้ายการเตรียมตัวสำหรับฤดูกาลใหม่ด้วยการอุ่นเครื่องสงนัดในเฮลซิงกิ และสวินดอน

การประชุมทีมสำหรับเกม กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเช้าวันศุกร์ เป็นสิ่งที่เทรนต์มุ่งสมาธิไปทั้งหมด “ผมแทบรอไม่ไหวที่จะลงเล่น” เขาคิด แต่เขาไม่ถูกเลือกลงสนาม “ผมเสียดายมาก”

หลังจากนั้นเขาเริ่มหาเหตุผลเข้าข้างตนเอง “ผมไม่เคยมีคำถามกับผู้จัดการทีม มันเป็นการตัดสินใจของเขา และผมคิดว่าเขาอาจจะพักผม เพราะว่าเรามีเกมในช่วงบ่ายเช่นกัน”

ความจริงแล้วเบรนแดน ร็อดเจอร์ส นายใหญ่ทีมชุดใหญ่ที่ต้องการจะใช้งาน จากที่เขาเคยจับตามองระหว่างเกมซ้อมที่เมลวู้ดในฤดูกาลก่อนนั้นมาแล้ว

“หลังจากเกมกับแมนฯ ยูไนเต็ด, อเล็กซ์ อิงเกิลโธร์ป เข้ามาหาผม และบอกว่า ‘ผมได้รับโทรศัพท์จากเบรนแดนบอกว่าเขาอาจจะต้องการคุณสำหรับเกมกับสวินดอน ผมคิดว่าเขาต้องการให้คุณเตรียมตัวเองให้พร้อม มันยังไม่ชัวร์ 100 เปอร์เซ็นต์”

“ดังนั้นผมลงเล่นในเกมช่วงบ่าย โดยไม่รู้ว่าผมกำลังจะได้ไปหรือไม่ ผมได้ลงเล่นแบ็กขวาเพื่อพยายามจะทำความคุ้นเคยมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะผมคิดว่ามันเป็นเกมที่ 3 หรือ 4 ในฐานะแบ็กขวา ผมไม่รู้จริงๆ ในเรื่องของตำแหน่ง ผมจำได้ว่าอเล็กซ์สั่งผมตลอดทั้งเกม เขาทำให้ผมแน่ใจว่าผมจะพร้อมหากโอกาสมาถึง”

การยืนยันแบบที่เขาไม่คาดคิดเกิดขึ้น และข้อความอวยพรมากมายเต็มไปหมดจากเพื่อนร่วมทีม ส่วนตัวของอิงเกิลโธร์ปเองได้ผลักดันให้ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ขึ้นไปเสริมกำลังที่เมอร์ซีย์ไซด์

“เราฝึกซ้อมกันที่เมลวู้ดตอนเช้าวันอาทิตย์ และบินลงใต้ไปยังสวินดอนในค่ำคืนวันเสาร์ อยู่ที่นั่น และลงเล่นต่อในวันอาทิตย์” นักเตะดาวรุ่งหัวหมุนเล็กน้อยเมื่อย้อนความกลับไปถึงเหตุการณ์เมื่อ 2 ปีครึ่งก่อนหน้านี้

“ผมลงเล่นราวๆ 60 นาที และผมทำได้ดี ผมรู้สึกขอบคุณกับโอกาส และมองย้อนกลับไป มันเป็นโอกาสครั้งสำคัญจริงๆ สำหรับผม”

โปรเจ็คต์อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ก้าวหน้าอย่างเห็นได้ชัด และเป็นที่น่าพอใจ

แต่มันเป็นความเข้าใจผิด และความพยายามในเวลาเดียวกันของทั้งอิงเกิลโธร์ป และหลังจากนั้นนีล คริตชลีย์ผู้จัดการทีม ยู-18 ที่กระตุ้นพัฒนาการของเขา แม้จะกลับไปเล่นกองกลางในทีม ยู-18 หลังจากเซอร์ไพรส์ลงเล่นที่สวินดอน เทรนต์ ก็เริ่มรับหน้าที่ในตำแหน่งแบ็กขวาของอะคาเดมีมากขึ้น โดยทั้งเขา และคริตชลีย์พยายามศึกษาวีดีโอการเล่นของฟิลิป ลาห์ม และดานี อัลเวส ทั้งรับ และรุก

“ไม่ใช่แค่การเล่นแบ็กขวา แต่รวมถึงการเป็นกองหลังโดยทั่วไป การเคลื่อนไหวร่างกาย เมื่อถอยมารับ และดันเกมรุก เรื่องต่างๆ เหล่านี้” กองหลังทีมชาติอังกฤษชุดเยาวชนกล่าว

“ผมค่อยๆ เข้าใจในตำแหน่งแบ็กขวาได้ง่ายขึ้น นั่นเป็นตอนที่ ทั้งผม, คริตช์ และอเล็กซ์ นั่งลงพูดคุย และวางแผนเกี่ยวกับอนาคต”

“เราชี้นิ้วไปที่แบ็กขวาว่าน่าจะเป็นเส้นทางที่ง่ายที่สุดในการขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่สำหรับผม โจ (โกเมซ) ยังคงบาดเจ็บ, ฟลานโน่ยังคงบาดเจ็บ และมีแค่ไคลนีย์ อยู่กับสโมสร เราพิจารณา และคิดว่า ‘มีไคลนีย์ และน่าจะมีแบ็กขวา ทีมยู-23 คนเดียวที่ขวางทางคุณอยู่ในตอนนี้”

“คุณมีนักเตะตัวจริง 3 ตำแหน่งในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลาง ทีมชุดใหญ่, สองหรือสามคนอยู่บนม้านั่งสำรอง และมิดฟิลด์ตัวกลางสามคนกำลังลงเล่น ผมกำลังเล่นในทีมยู-18 เวลานั้น และมีอีกคนหรือสองคนอยู่บนม้านั่งสำรองเช่นกัน”

“ผมคิดว่า ‘มันน่าจะไม่ใช่เป็นไอเดียที่ดีที่สุด’ “

“ผมกำลังทำความคุ้นเคย และสนุกกับตำแหน่งแบ็กขวา มันเป็นสิ่งที่ผมอยากจะทำ ผมไม่อาจจะเสียเวลาจริงๆ ในวัย 17 ปี การได้ยินว่าคุณมีหนึ่งหรือสองตำแหน่งที่จะได้เข้าๆ ออกๆ ในทีมชุดใหญ่จะเป็นแรงกระตุ้นสำหรับคุณ”

ซึ่งไม่ใช่ว่าเทรนต์จะทำได้สมบูรณ์แบบทันที “ผมเคยน็อตหลุดนิดหน่อย หากผมเสียบอล ผมจะเริ่มเบื่อ และไล่เตะ และฟาวล์”

โชคดีที่เขามีพี่เลี้ยงที่ดี เมื่ออิงเกิลโธร์ปคอยดูแลกับพฤติกรรมที่ไม่มีความอดทนของเขา เพื่อให้เอาตัวรอดในทีมชุดใหญ่ และตัวเขาเองก็รู้ตัว “เขามักจะเอาทุกอย่างมารวมกัน” แต่มันจะเป็นประโยชน์ในระยะยาวตามความเห็นของผู้อำนวยการอะคาเดมี

“ความกดดันในการฝึกซ้อมในทุกๆ วัน สร้างให้ผมกลายเป็นนักเตะที่ผมเป็นในทุกวันนี้ นั่นเป็นเรื่องใหญ่สำหรับผม เขาหล่อหลอมผม จากเด็กให้กลายเป็นผู้ใหญ่ ผมทำได้เพียงขอบคุณเขากับเรื่องนี้”

“เขาอยู่กับผมเสมอจนตอนที่ผมไปที่เมลวู้ด แม้แต่ในการซ้อมช่วงสุดท้ายผมจะอยู่กับอเล็กซ์ เขายังคงเดินหน้าไปกับผม และทำให้แน่ใจว่าผมจะพร้อม”

“เขามักจะบอกผม ‘ผมต้องพร้อมสำหรับมัน คุณไม่ต้องขอบคุณผมในตอนนี้ เพราะผมรู้ว่าคุณเกลียดมัน แต่ผมต้องพร้อมสำหรับสิ่งที่จะตามมา’ เขาบอกว่า ‘ผมจะมีความสุขมากเมื่อมีปัญหากับคุณเพื่อให้คุณประสบความสำเร็จ”

“มีหลายๆ ครั้งที่ผมอยากจะแสดงความโกรธออกมา และเตะบอลทิ้ง และเขาจะไม่ยอมให้ผมทำ เขาให้ผมวิ่งไปหาเขา เขาคอยหล่อหลอมผมให้เป็นผู้ใหญ่อย่างที่ผมเป็น” ซึ่งทั้งคู่ยังคงติดต่อกันอยู่เป็นประจำ

ไม่เพียงแต่การสนับสนุนจากอะคาเมดี และเมลวู้ดเมื่อไม่นานมานี้ ที่ช่วยให้เทรนต์กลายเป็นมืออาชีพอย่างทุกวันนี้ แต่เขายังรวมถึงครอบครัวอันใกล้ชิดของเขาด้วย

ไทเลอร์พี่ชายของนักเตะวัย 19 ปีเป็นทั้งเอเย่นต์ และคนที่คอยเชียร์เขา ขณะที่มาร์เซลน้องชายก็ชอบดูการเล่นของกองหลังรายนี้ด้วย “พวกเขาทั้งคู่คอยช่วยสนับสนุนในแบบต่างๆ”

นั่นร่วมถึงไดแอน แม่ของเขาที่มักจะเอาของขวัญไปให้กับโค้ช, เลขาฯ และรปภ.ที่เคิร์กบีเป็นประจำ “เธอคิดว่าพวกเขาสมควรได้รับมัน”

ความเอื้ออาทรของเธอได้ถ่ายทอดไปถึงเมลวู้ด เมื่อไดแอนบอกเทรนต์ถึงความตั้งใจของเธอที่จะเอาโดนัทไปฝากสต๊าฟที่สนามซ้อม ซึ่งเขาไม่ได้คิดว่าเธอจะจริงจังนัก

“ผมคิดว่าเดี๋ยวก็คงหยุด”เขากล่าวอย่างเขินอาย แต่มันจบลงอย่างภาคภูมิใจ “ผมคิดว่า ‘เธอไม่ทำหรอก แต่เธอทำ เราฝึกซ้อมกันอยู่ในช่วงบ่าย และเธอมาถึงในตอนเช้า ผมได้รับข้อความจากสต๊าฟที่บอกว่า ‘ขอบคุณสำหรับโดนัท!’ มันเป็นเรื่องดี”

“ผมต้องขอขอบคุณทุกอย่างที่เธอทำเพื่อผม มากมายหลายอ่าง เธอคอยสนับสนุนผมในทุกๆ นาที เธออยู่กับผมในทุกๆ ก้าวของเส้นทาง หากไม่มีเธอ และครอบครัวที่อยู่รอบตัวผม แน่นอนว่าผมคงไม่มาถึงจุดที่ผมอยู่”

จุดที่เขาอยู่ในตอนนี้: 34 เกมกับลิเวอร์พูล, 3 ประตู, การเป็นส่วนหนึ่งของหงส์แดงชุดใหญ่ที่เข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ แชมเปียนส์ลีกตั้งแต่ปี 2009

“เหตุผลที่เขาลงเล่น ไม่ใช่ว่าเพราะเขาคือเทรนต์ หรือเป็นสเก๊าเซอร์ แต่มันเพียงเพราะคุณภาพในตัวเขา” เจอร์เก้น คล็อปป์ กล่าวไว้ในเดือนนี้ ทั้งหมดเป็นเรื่องจริง และสถานที่เกิดของเขาก็ช่วยสร้างความแตกต่าง

“ความมุ่งมั่นแบบสเก๊าซ์” อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ยืนยัน

“มีความก้าวร้าวนิดหน่อย ความโกรธที่ควบคุมได้ ผมจะบอกอย่างนั้น มันเป็นแนวทางการเล่นที่ดุดัน มันคือความกระหายชัยชนะ คุณต้องนำชัยชนะกลับมาในฐานะสเก๊าเซอร์ คุณต้องการชนะทุกๆ อย่าง ผมคิดว่ามันอาจจะเกี่ยวข้องกับเอฟเวอร์ตัน และการเติบโตขึ้นมาพร้อมกับต้องปะทะพวกเขา

วามทรงจำในช่วงเช้าวันจันทร์ที่โรงเรียนหลังจากเมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี ยังคงกระจ่าง และสดใสสำหรับนักเตะดาวรุ่ง เมื่อนักเรียนครึ่งห้องจะเริงร่า ขณะที่อีกครึ่งหนึ่งจะเศร้าซึม

“การเติบโตขึ้นมาในลิเวอร์พูลเป็นแบบนั้น” โชคดีมากสำหรับเขา หงส์แดงได้รับชัยชนะบ่อยๆ ระหว่างช่วงที่เขายังเด็ก แต่บางครั้งพวกเขาก็ไม่ “สยองมาก” เขาห่อตัว

“นั่นไม่เคยจางไปจากตัวผม คือความกระหาย และปรารถนาที่จะเอาชนะเอฟเวอร์ตันเสมอ และเหมือนกับกับแมนฯ ยูไนเต็ด และแมนฯ ซิตี้ “

“มีความมุ่งมั่นแบบสเก๊าซ์ มันยากที่จะระบุแน่ชัด แต่หากคุณพิจารณาดูในอดีต คุณจะเห็นมันได้จากคาร์ราเกอร์ และเจอร์ราร์ด พวกเขาจะวิ่งทะลุกำแพงอิฐเพื่อแย่งบอลให้กับคุณ พวกเขาจะเสียบทุกๆ อย่างที่อยู่ในเส้นทางของพวกเขา พวกเขาต้องการฝ่าอุปสรรคทุกอย่างที่ขวางทางพวกเขาเพื่อชนะเกม นั่นคือวิธีการที่ผมมองฟุตบอลเช่นกัน ความกระหาย และทุ่มเททุกอย่างลงไปเพื่อชัยชนะ”

“ความฝัน และแผนการของผมคือต้องประสบความสำเร็จให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้กับสโมสรแห่งนี้ และนำถ้วยรางวัลกลับมาให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นนักเตะที่ดีที่สุดที่คุณจะเป็นไปได้”