เป้าหมายที่ ‘สุดพิเศษ’ ของเฟอร์มิโน่ คือ การปิดฤดูกาลที่ดีที่สุดของเขา

การชูถ้วยแชมเปียนส์ลีกในฤดูกาลนี้ถึงจะทำให้มันเป็นฤดูกาล โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ มองว่าเป็นฤดูกาลที่ดีที่สุด แม้ว่าเขาจะทำไป 27 ประตู และ 17 แอสซิสต์ จาก 53 เกม จนถึงตอนนี้ก่อนลงเล่นเกมสุดท้ายกับเรอัล มาดริด ก็ตาม

“ปีนี้คือ ปีที่ดีที่สุดของผมในฐานะนักฟุตบอลอาชีพ…(แต่) ผมยังคงรู้สึก ‘กระสับกระส่าย’ นิดหน่อย เพราะผมมักจะต้องการยิ่งกว่าเดิมเสมอ เพื่อเติบโต และเติบโตไปมากยิ่งขึ้น” นักเตะชาวบราซิลกล่าวกับ UEFA

“(มันจะเป็น) ช่วงเวลาเฉพาะตัว (ที่ชนะในนัดชิงชนะเลิศ) มันคือ ถ้วยรางวัลที่พิเศษมากๆ เพราะมันคือแชมเปียนส์ลีก”

“หากเราโชคดีพอที่จะชนะมันได้ มันจะเป็นช่วงเวลาแห่งอารมณ์ความรู้สึกสำหรับผม และทีมทั้งหมด”

นักเตะวัย 26 ปีทำไป 10 ประตูจาก 12 เกมในรายการนี้ เป็นรองเพียง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เพียงคนดียว ขณะที่ เจมส์ มิลเนอร์ เพื่อนร่วมทีมทำสถิติแอสซิสต์มากที่สุดไปแล้ว 8 ครั้ง

“มากๆ” เขาตอบคำถาม เมื่อถูกถามว่าพอใจกับการทำประตูถึงตัวเลขสองหลักในรายการนี้จนถึงตอนนี้

“แม้ว่าผมจะเคืองอยู่นิดหน่อย เพราะ (โดยทั่วไป) ผมมักจะต้องการมากกว่านี้ และผมไม่เคยพึงพอใจ อย่างไรก็ตามคุณไม่สามารถเอาชนะตัวเองในเรื่องเหล่านี้ได้ตลอดเวลา และคุณต้องพยายามจะก้าวต่อไปข้างหน้าเสมอ”

“มันเป็นฤดูกาลแรกของผมในแชมเปียนส์ลีก และผมเป็นหนึ่งในดาวซัลโว เคียงข้างกับคริสเตียโน่ และ (โมฮาเหม็ด) ซาลาห์”

“ผมพอใจ และมีความสุขมากกับฟอร์มการเล่นของผม และฟอร์มของทั้งทีม และผมหวังว่า จะรักษามันไว้ในรอบชิงชนะเลิศ”

“แน่นอนว่าเรามีฝันอันยิ่งใหญ่ ผมฝันไว้สูง และทั้งทีมก็ฝันในเรื่องนี้” เฟอร์มิโน่ที่อยู่ในการเดินทางของลิเวอร์พูลตั้งแต่รอบเพลย์ออฟกับฮอฟเฟ่นไฮม์ในเดือน ส.ค. กล่าวถึงโอกาสชูถ้วยแชมป์

“แน่นอนว่า เราต้องชนะเกมมากมาย ก้าวไปทีละขึ้น และพยายามทำงานหนักมากมายเพื่อเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ ตอนนี้เรื่องที่เราอยู่ในนัดชิงชนะเลิศ เรายังต้องคงสมาธิไว้เช่นกัน”

“เรารู้ว่า มีทีมที่คุณสมบัติเท่าทีมกันในด้านอื่นๆ มันจะเป็นนัดชิงชนะเลิศที่ยอดเยี่ยม”

“เรารู้ดีเกี่ยวกับเรอัล มาดริด พวกเขามักจะคว้าแชมป์ได้ในแชมเปียนส์ลีกเสมอ และในลีกสเปนด้วย พวกเขาเป็นทีมที่ยอดเยี่ยม และยากมากที่จะปะทะ”

“ผมไม่เคยลงเล่น (ในการปะทะพวกเขา) อย่างไรก็ตามผมได้ดูเกมของพวกเขา และพวกเขาเป็นทีมที่มีการแข่งขันสูง อย่างไรก็ตามนี่คือนัดชิงชนะเลิศ”

“นี่คือนัดชิงชนะเลิศ และเป็นเกมเดียวตัดสิน เป็นช่วงเวลาเพียงครั้งเดียว แต่พวกเขาจะต้องพร้อมปะทะกับลิเวอร์พูล ทีม และสโมสรมีสายเลือดที่ยิ่งใหญ่ เราจะลงไปสู้จนกว่าจะถึงตอนจบ”